โซเชียลมีเดียช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และพาผู้คนเข้ามาที่เว็บไซต์ของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มใดเป็นหลัก การเข้าใจว่าโซเชียลมีเดียยอดนิยมแพลตฟอร์มไหนที่ลูกค้าของคุณใช้งานจริง จะช่วยให้คุณโฟกัสกลยุทธ์การตลาดได้ถูกทาง สื่อสารได้ตรงกลุ่ม และสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมได้อย่างเป็นมืออาชีพและยั่งยืน
อ่านต่อไปพร้อมๆ กัน เพื่อทำความเข้าใจว่าโซเชียลมีเดียยอดนิยมแต่ละแพลตฟอร์มมีจุดเด่นอะไรบ้าง และแบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้อย่างไร
- เฟซบุ๊ก (ผู้ใช้ 3.07 พันล้านคน)
- ยูทูบ (ผู้ใช้ 2.53 พันล้านคน)
- อินสตาแกรม (ผู้ใช้ 2.00 พันล้านคน)
- วอทส์แอป (ผู้ใช้ 2.00 พันล้านคน)
- ติ๊กต็อก (ผู้ใช้ 1.59 พันล้านคน)
- วีแชต (ผู้ใช้ 1.38 พันล้านคน)
- เทเลแกรม (ผู้ใช้ 950 ล้านคน)
- เมสเซนเจอร์ (ผู้ใช้ 947 ล้านคน)
- สแนปแชต (ผู้ใช้ 850 ล้านคน)
- โต่วอิน (ผู้ใช้ 766 ล้านคน)
นี่คือ 10 แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่มีการใช้งานมากที่สุดทั่วโลก โดยเฟซบุ๊กยังคงครองอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ตามมาด้วยยูทูบและอินสตาแกรม
อย่างไรก็ตาม แบรนด์ของคุณไม่จำเป็นต้องมีตัวตนบนทุกแอปโซเชียลมีเดีย การทำความเข้าใจว่าโซเชียลมีเดียยอดนิยมแต่ละแพลตฟอร์มมีลักษณะการใช้งานและจุดแข็งอย่างไร จะช่วยให้คุณเลือกช่องทางที่เหมาะกับธุรกิจมากที่สุด และโฟกัสทรัพยากรไปกับแพลตฟอร์มที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง
1. เฟซบุ๊ก (ผู้ใช้ 3.07 พันล้านคน)
ด้วยจำนวนผู้ใช้งานเกือบ 3.1 พันล้านคนทั่วโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Facebook จะเป็นโซเชียลมีเดียยอดนิยมอันดับหนึ่ง นั่นหมายความว่า เกือบ 3 ใน 5 ของผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียทั้งหมดราว 5.24 พันล้านคนทั่วโลก มีการใช้งาน Facebook อย่างสม่ำเสมอ
Facebook ยังคงครองความเป็นผู้นำด้วยฐานผู้ใช้งานที่กว้างและหลากหลาย ในสหรัฐอเมริกา กลุ่มผู้ใช้ที่มีสัดส่วนมากที่สุดคือช่วงอายุ 25–34 ปี คิดเป็น 24.2% รองลงมาคือกลุ่มอายุ 35–44 ปี ที่ 19% ฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่นี้ทำให้ Facebook เป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับแบรนด์ที่ต้องการการเข้าถึงสูงสุดบนแอปโซเชียลมีเดียยอดนิยม
สำหรับรูปแบบคอนเทนต์ โพสต์ที่เป็นรูปภาพเดี่ยวถือว่ามีเอ็นเกจเมนต์สูงที่สุดบนแพลตฟอร์มนี้ ซึ่งเปิดโอกาสให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซแนะนำสินค้าให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น Fenty Beauty แบรนด์เครื่องสำอางชื่อดัง มักใช้รูปภาพนิ่งบนเพจ Facebook เพื่อให้ผู้ติดตามทำความรู้จักกับไลน์ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
จุดเด่นที่ทำให้ Facebook แตกต่าง
- เข้าถึงผู้ใช้งานหลายพันล้านคน ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มประชากร ทำให้เป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่มีฐานผู้ใช้กว้างที่สุด
- มีเครื่องมือโฆษณาและระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่แข็งแกร่ง ช่วยให้แบรนด์วัดผลและปรับแคมเปญได้อย่างแม่นยำ
- เชื่อมต่อการใช้งานกับแพลตฟอร์มในเครือ Meta อื่น ๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็น Instagram และ WhatsApp
2. ยูทูบ (ผู้ใช้ 2.53 พันล้านคน)
YouTube เปิดตัวครั้งแรกในปี 2005 และเติบโตขึ้นจนกลายเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภายในเดือนพฤศจิกายน 2024 ผู้ใช้งานใช้เวลาอยู่บนแอป YouTube บนมือถือมากกว่า 27 ชั่วโมงต่อเดือน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับการมีส่วนร่วมที่สูงอย่างต่อเนื่อง
จุดแข็งสำคัญของ YouTube คือการรองรับวิดีโอแบบยาว (long-form) ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการให้ความรู้และอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ตัวอย่างเช่น Luxy Hair แบรนด์ผลิตภัณฑ์ต่อผม ที่สามารถขยายฐานผู้ติดตามบน YouTube ได้จากคอนเทนต์เชิงให้ความรู้ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสอนใส่แฮร์เอ็กซ์เทนชัน หรือการดูแลสุขภาพเส้นผมอย่างถูกวิธี
ด้วยรูปแบบคอนเทนต์ที่เน้นวิดีโอและพฤติกรรมผู้ใช้ที่ใช้เวลารับชมยาวนาน ทำให้ YouTube เป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคอย่างมาก
จุดเด่นที่ทำให้ YouTube แตกต่าง
- ผู้ใช้งานมีเอ็นเกจเมนต์สูง และใช้เวลาในการรับชมต่อครั้งยาวนาน
- มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อผ่านโฆษณาวิดีโอและรีวิวสินค้า
- รองรับคอนเทนต์ภาพและวิดีโอหลากหลายรูปแบบ ครอบคลุมทุกความสนใจ
3. อินสตาแกรม (ผู้ใช้ 2.00 พันล้านคน)
ดเด่นของ Instagram คือการเล่าเรื่องผ่านภาพและวิดีโอ ทำให้แพลตฟอร์มนี้เป็นตัวเลือกหลักของแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานอายุ 18–34 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา
แม้ว่าโพสต์แบบคารูเซลและภาพเดี่ยวบนฟีดจะมีอัตราการมีส่วนร่วมลดลงในช่วงปี 2023 ถึง 2024 แต่ Reels ซึ่งเป็นวิดีโอสั้นของแพลตฟอร์ม กลับเติบโตขึ้นถึง 45% ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้ใช้ที่หันมาเสพคอนเทนต์วิดีโอสั้นมากขึ้นอย่างชัดเจน
Instagram Reels ช่วยให้แบรนด์อธิบายสินค้า เพิ่มการเข้าถึงแบบออร์แกนิก และสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น Bombas แบรนด์ถุงเท้าชื่อดังที่แชร์วิดีโอสั้นสาธิตการใช้งานถุงเท้าแบบมีแถบกันลื่น เพื่อแสดงให้เห็นว่าสินค้าช่วยรองรับการออกกำลังกายพิลาทิสในท่ายืนได้อย่างไร
ด้วยพลังของภาพ วิดีโอ และการมีส่วนร่วมสูง Instagram จึงยังคงเป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม
จุดเด่นที่ทำให้ Instagram แตกต่าง
- คอนเทนต์ภาพสวยและการเล่าเรื่องเชิงภาพที่ดึงดูดสายตา
- เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์
- รองรับรูปแบบคอนเทนต์หลากหลาย ทั้งโพสต์ Stories Reels และ IGTV
4. วอทส์แอป (ผู้ใช้ 2.00 พันล้านคน)
WhatsApp เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะแพลตฟอร์มแชตส่วนตัว การโทรด้วยเสียง และวิดีโอคอล แต่ในช่วงหลังได้พัฒนาเป็นช่องทางสื่อสารทางธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ในประเทศบราซิล ผู้ใช้งาน WhatsApp เกือบ 4 ใน 5 คนระบุว่าเคยติดต่อสื่อสารกับแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มนี้มาแล้ว
ด้วยลักษณะการสื่อสารแบบสนทนาโดยตรง ทำให้ WhatsApp มีประสิทธิภาพสูงเป็นพิเศษทั้งในงานบริการลูกค้าและแคมเปญการตลาด ช่วยให้แบรนด์พูดคุย ตอบคำถาม และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด จนกลายเป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่ถูกนำมาใช้เชิงธุรกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ
จุดเด่นที่ทำให้ WhatsApp แตกต่าง
- ผู้ใช้งานมีเอ็นเกจเมนต์สูง และใช้งานเป็นประจำทุกวัน
- ระบบข้อความที่ปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสแบบ end-to-end
- ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในงานบริการลูกค้าและการสื่อสารทางธุรกิจ
5. ติ๊กต็อก (ผู้ใช้ 1.59 พันล้านคน)
วิดีโอสั้นไม่เคยทั้งดึงดูดและสร้างผลลัพธ์ให้แบรนด์ได้มากเท่านี้มาก่อน โดย TikTok สามารถครองใจกลุ่มผู้ใช้งานอายุ 18–34 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้หลักของแพลตฟอร์ม ด้วยรูปแบบวิดีโอที่เลื่อนดูได้อย่างต่อเนื่อง และหน้า For You ที่คัดสรรคอนเทนต์ใหม่ ๆ ให้ตรงกับความสนใจของผู้ใช้แต่ละคน
นับตั้งแต่เปิดตัว TikTok Shop ในปี 2023 แพลตฟอร์มนี้ได้สร้างโอกาสใหม่ในการขายตรงให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ ทำให้ TikTok ไม่ได้เป็นแค่แพลตฟอร์มความบันเทิง แต่กลายเป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่เชื่อมต่อคอนเทนต์กับการค้าได้อย่างลงตัว
จุดเด่นที่ทำให้ TikTok แตกต่าง
- มีศักยภาพด้านไวรัลและเอ็นเกจเมนต์สูง ผู้ใช้งานใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มต่อเนื่องยาวนาน
- ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล
- มีรูปแบบโฆษณาและแคมเปญแบรนด์ที่สร้างสรรค์ เช่น แบรนด์แชลเลนจ์และคอนเทนต์อินเทอร์แอกทีฟ
6. วีแชต (ผู้ใช้ 1.38 พันล้านคน)
ในประเทศจีน WeChat คือแพลตฟอร์มเดียวที่รวมทุกอย่างไว้ครบ ทั้งโซเชียลเน็ตเวิร์ก การแชต การชำระเงิน และอีคอมเมิร์ซ แบรนด์ระดับโลกที่ต้องการเข้าถึงลูกค้าชาวจีนสามารถเปิดร้าน WeChat Store ได้โดยตรงภายในแพลตฟอร์ม ทำให้การสื่อสารและการซื้อขายเกิดขึ้นในที่เดียว
อีคอมเมิร์ซถือเป็นหัวใจสำคัญของ WeChat โดย 61% ของผู้ใช้งาน WeChat Channels เคยซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม และ 87% ระบุว่ามีแนวโน้มจะกลับมาซื้อซ้ำ ด้วยเครื่องมือการตลาดที่ฝังมาในระบบ และการสื่อสารแบบข้อความโดยตรง WeChat จึงเป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่ทรงพลังที่สุดสำหรับแบรนด์ที่โฟกัสตลาดจีน
จุดเด่นที่ทำให้ WeChat แตกต่าง
- แอปแบบครบวงจรที่รวมหลายบริการไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
- เป็นช่องทางสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการเจาะตลาดจีน
- ผสานการทำงานกับระบบอีคอมเมิร์ซและการชำระเงินได้อย่างแน่นแฟ้น
7. เทเลแกรม (ผู้ใช้ 950 ล้านคน)
Telegram เป็นทั้งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและเครื่องมือสื่อสารที่ได้รับความนิยมสูง ใช้ได้ทั้งการแชตส่วนตัว กลุ่ม และการกระจายข้อความไปยังผู้ติดตามจำนวนมาก นอกจากนี้ Telegram ยังไปไกลกว่าแอปแชตทั่วไป เพราะร้านค้าอีคอมเมิร์ซสามารถส่งข้อความแจ้งเตือนถึงลูกค้า เปิดแชตบริการลูกค้า และขายสินค้าทั้งแบบดิจิทัลและสินค้าจริงผ่าน mini-apps และบอตได้โดยตรง
ในปี 2024 ประเทศที่มียอดใช้จ่ายภายในแอป Telegram สูงสุด ได้แก่ รัสเซีย (27.6 ล้านดอลลาร์), สหรัฐอเมริกา (23.6 ล้านดอลลาร์) และยูเครน (12 ล้านดอลลาร์) ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Telegram กำลังกลายเป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่มีบทบาทด้านการสร้างรายได้ ทั้งในแง่การสื่อสาร อีคอมเมิร์ซ และคอนเทนต์แบบเสียเงิน
จุดเด่นที่ทำให้ Telegram แตกต่าง
- ให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน
- รองรับการสื่อสารหลากหลายรูปแบบ ทั้งแชนแนล กลุ่ม และบอต
- ฐานผู้ใช้งานเติบโตต่อเนื่อง พร้อมอัตราเอ็นเกจเมนต์ที่สูง
8. เมสเซนเจอร์ (ผู้ใช้ 947 ล้านคน)
Messenger หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเดิมว่า Facebook Messenger เป็นแพลตฟอร์มแชตที่เน้นการสื่อสารแบบส่วนตัว และด้วยความที่อยู่ภายใต้เครือ Meta ทำให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับหนึ่งในระบบนิเวศของโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างไร้รอยต่อ
ในสหรัฐอเมริกา กลุ่มผู้ใช้งาน Messenger มากที่สุดคือช่วงอายุ 25–34 ปี คิดเป็น 23% ของผู้ใช้ทั้งหมด รองลงมาคือกลุ่มอายุ 35–44 ปี ที่ 21% ฐานผู้ใช้เหล่านี้ทำให้ Messenger เป็นช่องทางที่เหมาะสำหรับการสื่อสารเชิงธุรกิจแบบใกล้ชิด
แบรนด์สามารถใช้ Messenger เพื่อพูดคุยกับลูกค้าผ่านแชตบอตหรือทีมบริการลูกค้าแบบเรียลไทม์ รวมถึงขายสินค้าและรับชำระเงินได้โดยตรงภายในแชต
จุดเด่นที่ทำให้ Messenger แตกต่าง
- เชื่อมต่อกับ Facebook ได้อย่างสมบูรณ์
- เครื่องมือทรงพลังสำหรับงานบริการลูกค้าและระบบตอบกลับอัตโนมัติ
- เข้าถึงผู้ใช้จำนวนมาก พร้อมอัตราการมีส่วนร่วมสูง
9. สแนปแชต (ผู้ใช้ 850 ล้านคน)
Snapchat โดดเด่นด้วยรูปแบบคอนเทนต์ชั่วคราว (ephemeral content) และฟิลเตอร์ AR ที่เล่นสนุกและชวนติด ทำให้แพลตฟอร์มนี้เหมาะมากสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่ใช้งานมือถือเป็นหลัก
หากกลุ่มเป้าหมายของคุณอายุต่ำกว่า 25 ปี Snapchat ถือเป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้สูง ตั้งแต่การทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ คอนเทนต์บน Snapchat Discover ไปจนถึงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม
จุดเด่นที่ทำให้ Snapchat แตกต่าง
- ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้ใช้งานอายุน้อย
- ฟีเจอร์ AR และฟิลเตอร์อินเทอร์แอคทีฟที่สร้างประสบการณ์แปลกใหม่
- เหมาะกับแคมเปญการตลาดเชิงสร้างสรรค์
10. โต่วอิน (ผู้ใช้ 766 ล้านคน)
Douyin คือเวอร์ชันจีนของ TikTok ที่มีฟีเจอร์หลักคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอสั้น ระบบอีคอมเมิร์ซ และการเชื่อมต่อกับระบบชำระเงิน แต่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อตอบโจทย์ตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ของจีน
แบรนด์อีคอมเมิร์ซสามารถสร้างทั้งคอนเทนต์วิดีโอสั้นและยาว ไลฟ์สดเพื่อแนะนำสินค้า และเปิดร้าน Douyin Shop เพื่อขายสินค้าได้โดยตรงภายในแพลตฟอร์ม ทำให้ Douyin กลายเป็นหนึ่งในโซเชียลมีเดียยอดนิยมที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคจีนอย่างมาก
จุดเด่นที่ทำให้ Douyin แตกต่าง
- เอ็นเกจเมนต์สูงจากคอนเทนต์วิดีโอสั้น
- เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีนอย่างลึกซึ้ง
- มีอิทธิพลสูงต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในจีน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียยอดนิยม
โซเชียลมีเดียยอดนิยม 5 อันดับแรกมีอะไรบ้าง
โซเชียลมีเดียยอดนิยม 5 อันดับแรก เมื่อจัดตามจำนวนผู้ใช้งานต่อเดือน ได้แก่ Facebook, YouTube, Instagram, WhatsApp และ TikTok ซึ่งล้วนเป็นแพลตฟอร์มหลักที่แบรนด์และครีเอเตอร์ทั่วโลกใช้งานอย่างต่อเนื่อง
โซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดอันดับ 1 คืออะไร
โซเชียลมีเดียที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดอันดับ 1 คือ Facebook โดยมีผู้ใช้งานต่อเดือนประมาณ 3.07 พันล้านคน
Gen Z ใช้โซเชียลมีเดียไหนมากที่สุด
ในกลุ่ม Gen Z หรือผู้ที่เกิดระหว่างปี 1997–2012 แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ TikTok, Instagram และ Snapchat ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมการเสพคอนเทนต์แบบวิดีโอสั้นและการสื่อสารที่รวดเร็ว
โซเชียลมีเดียที่น่าจับตามองคือช่องทางไหน
การคาดเดาว่าโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มใดจะมาแรงเป็นรายถัดไปไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความนิยมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีหลายแพลตฟอร์มที่เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เช่น Bluesky, Threads, VERO, Discord และ MeWe ซึ่งอาจกลายเป็นโซเชียลมีเดียยอดนิยมในอนาคตได้


