หน้า Landing Page คืออะไร: หน้า Landing Page คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล
หน้า Landing Page ไม่ได้เป็นแค่หน้าธรรมดาบนเว็บไซต์ แต่คือหน้าเว็บที่ออกแบบมาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเฉพาะอย่างหนึ่ง โดยจะมีทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อช่วยให้ผู้เยี่ยมชมสามารถทำสิ่งที่คุณต้องการได้สำเร็จ เช่น การลงทะเบียนรับจดหมายข่าว ดาวน์โหลดแอป หรือการซื้อสินค้าของคุณ
ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมทธุรกิจผ่านโซเชียลมีเดียหรือการโฆษณาผ่าน Google Ads Landing Page ที่ดึงดูดความสนใจคือส่วนสำคัญของกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จ หน้า Landing Page ที่ดีไม่เพียงแค่สร้างความสนใจ แต่ยังช่วยเพิ่มอัตรา Conversion Rates รวบรวมข้อมูลลูกค้าและชักจูงผู้บริโภคที่มีศักยภาพให้ตัดสินใจซื้อหรือดำเนินการต่างๆ
หน้า Landing Page คืออะไร?
หน้า Landing Page คือหน้าที่แยกออกจากเว็บทั่วไป ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ลูกค้าหรือผู้มีโอกาสกลายเป็นลูกค้าจะมาถึงเมื่อคลิกผ่านโฆษณาหรือแคมเปญการตลาดต่างๆ หน้าที่สำคัญของหน้า Landing Page คือการโน้มน้าวและกระตุ้นให้ผู้เยี่ยมชมทำการกระทำบางอย่าง เช่น การซื้อสินค้า ดาวน์โหลดแอป เริ่มทดลองใช้ฟรี หรือสมัครบริการสมัครสมาชิก
หน้า Landing Page ที่ดีควรประกอบไปด้วย
- หัวข้อที่ดึงดูด: ทำให้ผู้เข้าชมสนใจในสิ่งที่คุณนำเสนอ
- ข้อความรอง: ที่มีข้อเสนอคุณค่าชัดเจนในการโน้มน้าวให้ผู้เยี่ยมชมดำเนินการต่อ
- คำกระตุ้นการกระทำที่ชัดเจน: ปุ่มหรือข้อความที่ชัดเจนกระตุ้นให้ผู้ใช้คลิกเพื่อทำสิ่งที่คุณต้องการ
ขึ้นอยู่กับเป้าหมายของแคมเปญหน้า Landing Page อาจมีสิ่งเพิ่มเติม เช่น
- ภาพหรือวิดีโอหลักที่ดึงดูดใจ: ช่วยสร้างความน่าสนใจและอารมณ์ร่วม
- หลักฐานทางสังคม: เช่น คำรับรองจากลูกค้าและรีวิวต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
- ฟอร์มข้อมูล: เพื่อรวบรวมข้อมูลจากลูกค้าและใช้ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ
หน้า Landing Page vs หน้า Homepage: ความแตกต่างที่สำคัญ
ถึงแม้ว่าหน้า Landing Page และ หน้า Homepage จะเป็นเพจบนเว็บไซต์ที่ผู้ค้าหรือธุรกิจใช้ในการนำเสนอข้อมูล แต่ทั้งสองหน้ามีจุดประสงค์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงและสำคัญในแต่ละกรณี
เป้าหมาย
หน้า Homepage คือหน้าที่เปิดกว้างให้ลูกค้าสามารถสำรวจแบรนด์และธุรกิจของคุณอย่างหลากหลาย ผ่านการสื่อสารวิสัยทัศน์และเรื่องราวของบริษัท พร้อมการให้ข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่คุณมี การออกแบบหน้า Homepage มักจะเน้นการมีหลายๆ CTA เพื่อกระตุ้นให้ผู้เยี่ยมชมทำหลากหลายกิจกรรม
ในขณะที่หน้า Landing Page จะเน้นไปที่เป้าหมายเดียวที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา ทั้งหน้า Landing Page จะถูกสร้างขึ้นเพื่อดึงผู้เยี่ยมชมให้ทำการกระทำหนึ่งๆ อย่างเช่น การซื้อสินค้า การสมัครสมาชิกทดลองใช้ฟรี การดาวน์โหลดเอกสาร หรือการกรอกข้อมูลในฟอร์ม ซึ่งทั้งหมดจะถูกออกแบบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในแคมเปญ
การออกแบบ
การออกแบบหน้า Homepage คือการให้ลูกค้าได้สำรวจข้อมูลที่หลากหลายเกี่ยวกับธุรกิจของคุณ ตั้งแต่สินค้า บริการ คำแถลงภารกิจ รีวิวจากลูกค้า หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง เช่น บล็อกและวิดีโอ โดยการออกแบบหน้า Homepage มักจะมีหลายส่วนและมีการนำทางที่หลากหลาย เช่น การเชื่อมโยงไปยังหน้าต่างๆ ของเว็บไซต์หรือข้อมูลการติดต่อ ทำให้หน้า Homepage มีความซับซ้อนและครบถ้วน
ในขณะที่ Landing Page มุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นให้ผู้เยี่ยมชมทำการกระทำเพียงหนึ่งอย่าง โดยการออกแบบหน้า Landing Page มักจะเรียบง่ายและมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นให้เกิดการ conversion โดยไม่มีการเชื่อมโยงไปยังส่วนอื่นๆ ของเว็บไซต์ เป้าหมายเดียวที่หน้า Landing Page ต้องการให้ผู้เยี่ยมชมทำคือสิ่งที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา
นี่คือตัวอย่างการจัดเรียงเนื้อหาบนหน้า Landing Page อย่างสวยงาม
ปุ่ม CTA
การมี CTA บนหน้า Landing Page เป็นสิ่งสำคัญที่จะกระตุ้นให้ผู้เยี่ยมชมดำเนินการอย่างรวดเร็ว เช่น การกรอกฟอร์ม การสมัครสมาชิก หรือการทำการซื้อสินค้า CTA มักจะใช้ข้อความสั้นๆ และกระชับ เช่น "เรียนรู้เพิ่มเติม" หรือ "ซื้อเลย" ซึ่งจะถูกจัดวางคู่กับข้อความเสริมที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจ เช่น ร้านเสื้อผ้าอาจใช้ CTA ที่เขียนว่า "รับส่วนลด 15%" พร้อมข้อความในฟอร์มสมัครรับจดหมายข่าวที่ระบุว่า "สมัครวันนี้ รับส่วนลด 15% สำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก"
หน้า Landing Page จะเน้นให้ลูกค้าโฟกัสไปที่เป้าหมายเดียว ในขณะที่หน้า Homepage อาจจะมีหลาย CTA เพื่อกระตุ้นให้ผู้เยี่ยมชมสำรวจหน้าเว็บไซต์อื่นๆ ซึ่งการออกแบบหน้า Landing Page ที่มีประสิทธิภาพจะมี CTA เพียงตัวเดียวเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมไม่หลงทางจากเป้าหมายหลัก
การวางตำแหน่ง CTA ไม่ว่าจะเป็นหน้า Landing Page หรือหน้า Homepage การวาง CTA ไว้ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดคือการปฏิบัติที่ดีที่สุด นั่นก็คือส่วนบนสุดของหน้าเว็บที่ผู้เยี่ยมชมสามารถเห็นได้ทันทีที่เข้ามาที่หน้าเว็บโดยไม่ต้องเลื่อนลงไป การวาง CTA ในตำแหน่งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสที่ผู้เข้าชมจะคลิกและดำเนินการตามที่คุณต้องการ
ประเภทของหน้า Landing Page คืออะไร
หน้า Landing Page สำหรับการเก็บข้อมูลลูกค้า
หน้า Landing Page สำหรับการเก็บข้อมูลลูกค้า หรือที่เรียกว่า Lead Capture Page หรือ Squeeze Page คือหน้าที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าหรือผู้มีโอกาสเป็นลูกค้ากรอกฟอร์มเก็บข้อมูลเฉพาะ ซึ่งฟอร์มเหล่านี้มักจะขอข้อมูลเช่น อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลประชากรเบื้องต้น
คุณสามารถใช้หน้า Landing Page สำหรับการเก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมายของคุณมากขึ้น ปรับปรุงแคมเปญการตลาด สร้างรายชื่ออีเมล และเก็บข้อมูลลูกค้า สำหรับการ Convertion ลูกค้าในอนาคต หน้า Lead Capture มักจะมีข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับผู้เยี่ยมชม เช่น เมื่อกรอกข้อมูลเสร็จสิ้น พวกเขาอาจได้รับ eBook ฟรี เอกสารการตลาด ทรัพยากรที่เป็นประโยชน์ หรือคูปองส่วนลด
หน้า Landing Page สำหรับการคลิก
หน้า Landing Page สำหรับการคลิกจะกระตุ้นให้ผู้เยี่ยมชมทำการกระทำเฉพาะอย่าง เช่น การซื้อสินค้า หรือการสมัครสมาชิกบริการ
แตกต่างจากหน้า Landing Page สำหรับการเก็บข้อมูลลูกค้า ที่มีฟอร์มเก็บข้อมูล หน้า Landing Page สำหรับการคลิกมักจะมีปุ่ม CTA โดยไม่มีฟอร์มกรอกข้อมูล เป้าหมายของหน้า Landing Page สำหรับการคลิกคือการแปลงผู้เยี่ยมชมให้เป็นลูกค้าหรือสมาชิก โดยไม่ใช่แค่การเก็บข้อมูล หน้านี้มักจะใช้ปุ่ม CTA ที่ดึงดูดความสนใจ เช่น "ซื้อเลย" หรือ "เริ่มใช้งาน" และอาจรวมถึงข้อเสนอพิเศษ เช่น การทดลองใช้ฟรี หรือข้อเสนอส่วนลด
ประโยชน์ของหน้า Landing Page คืออะไร
การเก็บข้อมูลลูกค้า
หน้า Landing Page สามารถช่วยคุณระบุกลุ่มเป้าหมายของคุณได้อย่างแม่นยำ และให้ข้อมูลที่ดีกว่าเกี่ยวกับความต้องการของลูกค้า การใช้หน้า Landing Page สำหรับการเก็บข้อมูลลูกค้าช่วยให้คุณสร้างรายชื่อผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าและเก็บข้อมูลประชากร เช่น อายุ เพศ ความสนใจ เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้ทำให้การตลาดในอนาคตของคุณมีความแม่นยำและตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น
การสร้างการรับรู้แบรนด์
หน้า Landing Page สามารถช่วยนำเสนอเนื้อหาการตลาดให้กับลูกค้ารายใหม่ และยังช่วยเสริมสร้างการรับรู้แบรนด์ให้กับลูกค้าเก่าได้อีกด้วย หากคุณเสนอทรัพยากรที่มีประโยชน์หรือเนื้อหาที่น่าสนใจจากแบรนด์ของคุณ เช่น eBook ฟรี บทความ หรือวิดีโอ คุณสามารถสร้างการรับรู้แบรนด์และสร้างความสนใจจากลูกค้าผ่านหน้า Landing Page
การ Conversion ลูกค้า
หน้า Landing Page ที่มีความเฉพาะเจาะจงสูงสามารถเพิ่มอัตรา Conversion ได้โดยการนำพาผู้เยี่ยมชมไปยัง CTA ที่ชัดเจนและตรงเป้าหมาย หน้า Landing Page ที่ออกแบบมาอย่างดีจะช่วยเสนอโปรโมชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้มากกว่าการใช้หน้าเว็บทั่วไปที่มีการออกแบบที่ไม่ชัดเจน
11 แนวปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับหน้า Landing Page
- ทำให้เรียบง่าย
- เขียนข้อความที่ดึงดูด
- เพิ่มหลักฐานทางสังคม
- ทำให้หน้า Landing Page ของคุณเหมาะสมกับเครื่องมือค้นหา
- เสนอข้อเสนอคุณค่า
- ใช้ภาพประกอบ
- ทำให้หน้า Landing Page ของคุณเหมาะกับมือถือ
- ให้ความสำคัญกับความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ
- ใช้ปุ่ม CTA เพียงตัวเดียว
- สร้างหน้า Landing Page หลายๆ หน้า
- ทดสอบ A/B บนหน้า Landing Page
1. ทำให้เรียบง่าย
เมื่อพูดถึงหน้า Landing Page ความเรียบง่ายมักจะดีกว่า อย่าทำให้ผู้เยี่ยมชมรู้สึกหลงทาง ด้วยการออกแบบที่ซับซ้อน เน้นให้ผู้เยี่ยมชมโฟกัสไปที่เป้าหมายเฉพาะ โดยใช้การออกแบบและข้อความที่เรียบง่าย รวมเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น และแบ่งข้อความให้ชัดเจนโดยใช้ Bullet Points ช่วยให้อ่านง่ายขึ้น
2. เขียนข้อความที่ดึงดูด
หน้า Landing Page ที่มีประสิทธิภาพต้องมีหัวข้อที่ดึงดูดใจ และข้อความรองที่โน้มน้าวให้เห็นประโยชน์ที่ชัดเจน ใช้ประโยคสั้นๆ คำที่กระตือรือร้น และโทนเสียงที่มั่นใจ ใส่ใจเป็นพิเศษกับข้อความที่ใช้ใน ปุ่ม CTA เช่น หลีกเลี่ยงคำที่ซ้ำซากอย่าง “ส่ง” หรือ “เสร็จสิ้น” แทนที่จะใช้คำเหล่านั้น ให้เลือกคำที่กระตุ้นการกระทำ เช่น “สมัครเลย” “ซื้อทันที” หรือ “รับส่วนลดของคุณ”
3. เพิ่มหลักฐานทางสังคม
หลักฐานทางสังคม คือกระบวนการที่ลูกค้าตัดสินใจโดยพิจารณาจากความคิดเห็นและการกระทำของผู้อื่น คุณสามารถใช้หลักฐานทางสังคมในหน้า Landing Page โดยการแสดงรีวิวจากลูกค้า คำรับรอง และกรณีศึกษา เพื่อสื่อถึงประโยชน์และความน่าเชื่อถือของสินค้าหรือบริการของคุณ
Tabs Chocolate แสดงหลักฐานทางสังคมบนแถบประกาศและใต้ปุ่ม CTA ของเว็บไซต์
4. ทำให้หน้า Landing Page ของคุณเหมาะสมกับเครื่องมือค้นหา
การปรับแต่ง SEO (Search Engine Optimization) ช่วยให้ลูกค้าที่สนใจสามารถค้นพบหน้า Landing Page ของคุณได้ สิ่งสำคัญของ SEO คือการใช้คำค้นหาที่เกี่ยวข้องในการปรับแต่ง หัวข้อ และข้อความต่างๆ บนหน้า การใช้เทคนิค SEO จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงจากการค้นหาของลูกค้าผ่านทางออร์แกนิกและดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ ไปยังหน้า Landing Page ของคุณ
หน้า Landing Page ที่มีอัตรา Conversion สูงจะใช้คำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย และข้อเสนอที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทคุณ เช่น หากคุณขายเฟอร์นิเจอร์ออนไลน์ คุณอาจใช้คำค้นเช่น “โซฟาคุณภาพสูง” หรือ “เฟอร์นิเจอร์อเนกประสงค์” เพื่อดึงดูดลูกค้าที่อาศัยในอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็ก
5. เสนอข้อเสนอคุณค่า
หน้า Landing Page ที่มีอัตรา Conversion สูงต้องมีข้อเสนอที่มีคุณค่าให้แก่ลูกค้า เช่นทรัพยากรฟรี โค้ดส่วนลด หรือเนื้อหาที่มีประโยชน์หรือสนุกสนาน เมื่อออกแบบหน้า Landing Page ให้ทำให้ข้อเสนอคุณค่าของคุณชัดเจนบนหน้า และต้องทำตามที่สัญญาไว้อย่างจริงจัง
6. ใช้ภาพประกอบ
ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบรับข้อมูลผ่านการอ่านเพียงอย่างเดียว เนื้อหาที่มีภาพประกอบ เช่นสกรีนช็อตของสินค้า ภาพประกอบ ภาพถ่าย GIFs หรือวิดีโอจะช่วยให้ผู้เยี่ยมชมที่เรียนรู้ด้วยการมองเห็นสามารถโต้ตอบกับหน้า Landing Page ได้มากขึ้น โดยให้ผู้เยี่ยมชมมีโอกาสพักจากการอ่าน การใช้ภาพในหน้า Landing Page ยังช่วยให้แบรนด์ของคุณอธิบายแนวคิดต่างๆ ได้ชัดเจนและรวดเร็วกว่าการใช้ข้อความเพียงอย่างเดียว
หน้า Landing Page ของ ConvertKit แสดงภาพหน้าจอของซอฟต์แวร์ที่กำลังจำหน่าย
7. ทำให้หน้า Landing Page ของคุณเหมาะกับมือถือ
เนื่องจากผู้ใช้มือถือคิดเป็นเกือบ 60% ของการเข้าชมเว็บไซต์ การออกแบบหน้า Landing Page ที่เหมาะสมกับมือถือจึงเป็นสิ่งจำเป็น การปรับแต่งสำหรับมือถือจะช่วยเพิ่มอัตราการแปลงโดยการทำให้หน้าเว็บสามารถเข้าถึงได้จากกลุ่มผู้ชมที่กว้างขึ้น ไม่ใช่แค่ผู้ที่เข้าชมจากเบราว์เซอร์บนเดสก์ท็อปเท่านั้น
8. ให้ความสำคัญกับความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ
เมื่อคุณได้ดึงผู้เยี่ยมชมมายังหน้า Landing Page แล้ว อย่าลืมทำให้หน้าเว็บโหลดเร็ว เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมสามารถทำตามการกระทำที่คุณต้องการได้ วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในการโหลดหน้า Landing Page ได้แก่:
- การบีบอัดภาพ
- การย่อขนาดโค้ด
- หลีกเลี่ยงการใช้ carousels หรือ elements แบบเลื่อน
- ลดการใช้ plug-in และ app
- ก่อนที่จะทำการปรับปรุงใดๆ คุณสามารถใช้เครื่องมือเช่น Google’s PageSpeed Insights เพื่อดูว่าเว็บไซต์ของคุณโหลดได้เร็วแค่ไหน จากนั้นทำการปรับปรุงและตรวจสอบความเร็วอีกครั้งเพื่อยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงที่ทำไปช่วยเพิ่มความเร็วหรือไม่
9. ใช้ปุ่ม CTA เพียงตัวเดียว
จุดประสงค์ของหน้า Landing Page คือการกระตุ้นให้ผู้เยี่ยมชมทำการกระทำเฉพาะ ดังนั้นต้องหลีกเลี่ยงการให้ตัวเลือกมากเกินไป เพราะยิ่งมีตัวเลือกเยอะเท่าไร การเลือกทำบางอย่างจะยิ่งยากขึ้น นั่นคือเหตุผลที่คุณควรกำหนด ผลลัพธ์ที่ต้องการจากหน้า Landing Page ของคุณให้ชัดเจน เช่น คุณต้องการให้ผู้เยี่ยมชมสมัครรับจดหมายข่าว หรือซื้อสินค้า หรือติดต่อทีมขาย เลือก CTA เพียงตัวเดียวและใช้ข้อความนั้นในทุกปุ่ม CTA บนหน้า Landing Page
หน้า Landing Page เพจของจดหมายข่าว TheFutureParty มีปุ่ม CTA เพียงปุ่มเดียวสำหรับสมัครสมาชิก
10. สร้างหน้า Landing Page หลายๆ หน้า
ออกแบบหน้า Landing Page หลายๆ หน้าโดยอิงจากการกระทำที่คุณต้องการให้ลูกค้าทำ ตัวอย่างเช่น หากคุณมีแคมเปญการตลาดผ่านอีเมลและการเปิดตัวสินค้าใหม่ การสร้างหน้า Landing Page แยกต่างหากสำหรับแต่ละแคมเปญจะช่วยให้คุณสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ตามจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน
11. ทดสอบ A/B บนหน้า Landing Page
การทดสอบ A/B คือการเปรียบเทียบหน้า Landing Page สองหน้า โดยมีความแตกต่างกันแค่จุดเดียว จุดประสงค์ของการทดสอบ A/B คือการหาว่าการเปลี่ยนแปลงบางอย่างสามารถเพิ่มอัตรา Conversion ได้หรือไม่
สิ่งที่คุณสามารถทดสอบ A/B ได้บนหน้า Landing Page ได้แก่:
- สีของปุ่ม
- ข้อความในหัวข้อ
- ตำแหน่งของหลักฐานทางสังคม
- รูปแบบของหน้า
- ข้อความในปุ่ม
- ภาพหลัก
- ฟอร์มที่กรอกข้อมูล
แต่ต้องจำไว้ว่าคุณควรเปลี่ยนแปลงแค่หนึ่งจุดต่อการทดสอบครั้งหนึ่งเท่านั้น การเปลี่ยนหลายๆ จุดพร้อมกันจะทำให้คุณไม่สามารถรู้ได้ว่าองค์ประกอบไหนที่มีผลต่อ Conversion ถ้าคุณเปลี่ยนหลายอย่างในครั้งเดียว มันจะยากในการปรับใช้การเปลี่ยนแปลงไปยังหน้า Landing Page อื่นๆ
วิธีสร้างหน้า Landing Page
1. กำหนดเป้าหมายหลักของคุณ
การสร้าง Landing Page จะต้องขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณต้องการให้ได้จากหน้าเว็บนั้น เช่น หากเป้าหมายของคุณคือการเพิ่มการ Conversion ยอดขายสำหรับสินค้าใหม่ คุณควรเลือกใช้ หน้า Landing Page สำหรับการคลิกที่มีภาพหลักของสินค้า ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของสินค้า และปุ่ม CTA ที่ชัดเจนเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมทำการซื้อ
หากคุณต้องการสร้างรายชื่ออีเมลสำหรับบริการสมาชิกใหม่ คุณควรเลือกใช้หน้า Landing Page สำหรับการเก็บข้อมูลลูกค้าที่จะกระตุ้นให้ผู้เยี่ยมชมกรอกข้อมูลในฟอร์มที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณ
2. เลือกเครื่องมือสร้างหน้า Landing Page
หากคุณไม่ใช่นักพัฒนาเว็บที่สามารถสร้างหน้าเว็บจากศูนย์ เครื่องมือสร้าง Landing Page เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก โดยช่วยให้คุณสร้างหน้า Landing Page สำหรับแคมเปญการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาได้อย่างง่ายดาย หากคุณเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ควรทำการค้นหาว่าแพลตฟอร์มไหนที่มีเครื่องมือสร้างหน้า Landing Page ที่มีเทมเพลตที่เหมาะสมกับประเภทสินค้าของคุณ แอปพลิเคชัน เช่น PageFly และ Shogun ที่มีอยู่ใน Shopify App Store จะช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถปรับแต่งหน้า Landing Page ได้อย่างง่ายดายผ่าน User-friendly Interface
เครื่องมือสร้างเว็บไซต์ของ Pagefly ผสานรวมกับ Shopify
3. ออกแบบหน้า Landing Page ของคุณ
ก่อนที่คุณจะสร้าง Landing Page ให้กำหนดเป้าหมายและสิ่งที่คุณต้องการนำเสนอ อย่าลืมว่า Landing Page ควรเรียบง่ายและมุ่งเน้นไปที่การนำผู้เยี่ยมชมไปยัง CTA ของคุณ การทำให้ปุ่ม CTA ดูโดดเด่นด้วย สไตล์ ฟอนต์ และสีที่แตกต่าง รวมถึงการเขียน หัวข้อที่ดึงดูดที่จะทำให้ผู้เยี่ยมชมสนใจ อย่าลืมเสนอสิ่งที่มีคุณค่าให้แก่ผู้เยี่ยมชม เช่น eBook ฟรี เอกสารไวท์เปเปอร์ ที่เป็นประโยชน์ ข้อเสนอพิเศษ หรือโปรโมชันเฉพาะ
4. เปิดตัวหน้าเว็บและปรับปรุงตามผล
เมื่อหน้า Landing Page ของคุณมีประสิทธิภาพ คุณจะเห็นการเพิ่มขึ้นในอัตรา Conversion เช่น จำนวนผู้สมัคร ข้อมูลการติดต่อจากลูกค้า หรือการขายสินค้าเฉพาะ
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทดสอบ A/B Test สองเวอร์ชันที่แตกต่างกันของการออกแบบ ข้อความ และปุ่ม CTA ของหน้า Landing Page การทดสอบนี้จะช่วยให้คุณค้นพบว่าแบบไหนทำงานได้ดีกว่า เพื่อที่คุณจะสามารถปรับปรุงหน้า Landing Page ตามผลลัพธ์จากการทดสอบ
5. สร้างหน้า Landing Page เพิ่มเติม
เมื่อคุณเข้าใจวิธีการสร้างหน้า Landing Page ที่มีประสิทธิภาพแล้ว ลองพิจารณาว่าคุณสามารถสร้างหน้า Landing Page เพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนกลยุทธ์การตลาดโดยรวมของคุณได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น การสร้างหน้า Landing Page สำหรับการเปิดตัวสินค้าใหม่ การรวบรวมอีเมล ข้อเสนอพิเศษ หรือเป้าหมายธุรกิจอื่นๆ เพื่อเติบโตธุรกิจของคุณ
ยิ่งคุณสร้างหน้า Landing Page มากขึ้น คุณจะมีโอกาสมากขึ้นในการนำผู้เยี่ยมชมเป้าหมายไปสู่การกระทำที่ต้องการ
ตัวอย่างหน้า Landing Page ที่มีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างหน้า Landing Page ที่ประสบความสำเร็จคือ Beardbrand’s Customer Quiz Beardbrand เป็นบริษัทดูแลรักษาผิวและหนวดที่เปิดตัวใน Shopify เมื่อปี 2013 และเติบโตจนกลายเป็นธุรกิจมูลค่าหลายล้านบาท
ในตัวอย่างนี้ Beardbrand ใช้ หน้า Landing Page สำหรับการเก็บข้อมูลลูกค้าเพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อผ่านแบบทดสอบที่สนุกสนานและเป็นกันเอง จากผลลัพธ์ของแบบทดสอบนั้นผู้เยี่ยมชมจะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลรักษาหนวดและสินค้าที่เลือกมาให้
หน้า Landing Page เพจสำหรับการสร้างลูกค้าของ Bearbrand ตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า: "คุณคือหนุ่มเคราแบบไหน?
Beardbrand สร้างหน้า Landing Page ที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์ ด้วยภาพหลักที่ดึงดูดความสนใจ (การรวมภาพของหนวดจากหลายๆ คน) CTA ที่ชัดเจน (ให้ผู้เยี่ยมชมทำแบบทดสอบ) และเป้าหมายที่ชัดเจนในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าเป้าหมาย
Beardbrand ยังได้ปรับหน้า Landing Page ให้โหลดได้อย่างรวดเร็วและสามารถใช้งานได้ง่ายบนมือถือ ทำให้ประสบการณ์ของผู้เยี่ยมชมเป็นไปอย่างราบรื่น
Beardbrand เก็บข้อมูลลูกค้าผ่านแบบทดสอบก่อนที่จะนำเสนอสินค้าตามผลการทดสอบ
หน้า Landing Page ของ Beardbrand ประสบความสำเร็จเพราะทำมากกว่าการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า มันยังให้ผู้เยี่ยมชมมีวิธีที่สนุกสนานในการโต้ตอบกับตัวเลือกของสินค้า กระบวนการค้นหาประเภท “หนวดของคุณ” ทำให้มีความน่าจะเป็นสูงที่ผู้เยี่ยมชมจะกรอกฟอร์ม จึงทำให้เป้าหมายของการเก็บข้อมูลลูกค้าสำเร็จได้อย่างราบรื่น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหน้า Landing Page คืออะไร
หน้า Landing Page กับหน้า Homepage ของเว็บไซต์แตกต่างกันอย่างไร?
หน้า Landing Page เป็นหน้าเว็บที่เป็นเอกเทศซึ่งมุ่งเน้นในการบรรลุเป้าหมายเดียวผ่านการออกแบบที่เรียบง่ายและมี CTA เดียว ในทางกลับกัน หน้า Homepage ของเว็บไซต์มักมีการออกแบบที่ซับซ้อนกว่า โดยให้ผู้เยี่ยมชมมีอิสระในการสำรวจส่วนต่างๆ ของธุรกิจ เช่น สินค้า บริการ และเรื่องราวของบริษัท
หน้า Landing Page ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง?
หน้า Landing Page ประกอบไปด้วย
- หัวข้อหลักที่ดึงดูดความสนใจ
- หัวข้อรองที่มีข้อความโน้มน้าวและแสดงถึงข้อเสนอที่มีคุณค่า
- ภาพหลัก หรือวิดีโอที่ดึงดูด
- ปุ่ม CTAที่เด่นชัด
นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มหลักฐานทางสังคมเช่น รีวิวลูกค้า หรือคำรับรองรวมถึงฟอร์มกรอกข้อมูลเพื่อรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากลูกค้า
ทำไมถึงต้องใช้หน้า Landing Page?
หน้า Landing Page สามารถช่วยเพิ่มอัตรา Conversions สำหรับการกระทำเฉพาะ เช่น หน้า Landing Page ที่เสนอทดลองใช้ฟรีสำหรับบริการสมาชิกใหม่สามารถดึงดูดผู้สมัครใหม่ได้ หรือถ้าคุณต้องการเพิ่มการขายสำหรับสินค้าเฉพาะ หน้า Landing Page ควรเน้นที่ประโยชน์ที่โดดเด่นของสินค้านั้นและรีวิวจากลูกค้า
หน้า Landing Page ใช้อย่างไรในโฆษณาที่ต้องจ่ายเงิน?
ผู้ลงโฆษณาใช้หน้า Landing Page เป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้เข้าชมจะมาถึงเมื่อคลิกจากโฆษณา ตัวอย่างเช่น หากคุณพูดถึง ความยั่งยืนในโฆษณาบน Facebook หรือ Google Ads คุณสามารถนำผู้ใช้ไปยังหน้า Landing Page ที่อธิบายถึงการทุ่มเทของแบรนด์ของคุณในด้านความยั่งยืน
การสร้างหน้า Landing Page ราคาเท่าไร?
ทุกคนสามารถสร้างหน้า Landing Page ของตัวเองได้ด้วยเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ฟรี เช่น Elementor หรือ Shogun สำหรับการออกแบบหน้าเว็บแบบมืออาชีพจากบริษัทออกแบบหรือที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญ อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 600,000 บาทขึ้นไป


